
คณะรัฐมนตรีอนุมัติมาตรการให้ผู้ที่ติดตั้งโซลาร์เซลล์บนหลังคาบ้านนำค่าใช้จ่ายมาลดหย่อนภาษีเงินได้บุคคลธรรมดาได้ ตามที่จ่ายจริงแต่ไม่เกิน 200,000 บาท โดยออกเป็นพระราชกฤษฎีกาฉบับที่ 805 พ.ศ. 2569
มาตรการนี้ใช้กับค่าใช้จ่ายที่เกิดขึ้นระหว่างวันที่ 3 มีนาคม 2569 ถึง 31 ธันวาคม 2571 ไม่มีผลย้อนหลังกับระบบที่ติดตั้งก่อนหน้านั้น
ลดหย่อนได้เท่าไรจริง ๆ
ตัวเลข 200,000 บาทคือจำนวนที่นำไปหักออกจากเงินได้ ไม่ใช่เงินที่ได้คืน เงินที่ประหยัดจริงขึ้นอยู่กับฐานภาษีของคุณ
| ฐานภาษี | หักลดหย่อน | ภาษีที่ประหยัดได้จริง |
|---|---|---|
| 5% | 200,000 บาท | 10,000 บาท |
| 10% | 200,000 บาท | 20,000 บาท |
| 20% | 200,000 บาท | 40,000 บาท |
| 30% | 200,000 บาท | 60,000 บาท |
ถ้าคุณไม่ได้เสียภาษีเงินได้บุคคลธรรมดาอยู่แล้ว มาตรการนี้ไม่ได้ช่วยอะไร เพราะไม่มีภาษีให้หัก ข้อนี้ตรงไปตรงมาแต่มักไม่มีใครบอก
เงื่อนไขที่ทำให้หลายคนใช้สิทธิไม่ได้
ขนาดระบบต้องไม่เกิน 10 กิโลวัตต์
สำหรับบุคคลธรรมดา กำลังรวมของแผงต้องไม่เกิน 10 กิโลวัตต์ ข้อนี้สำคัญกับการเลือกขนาดระบบโดยตรง ถ้าคุณกำลังชั่งใจระหว่าง 10 กับ 15 กิโลวัตต์ ต้องเอาสิทธิลดหย่อนมาคิดด้วย เพราะระบบ 15 กิโลวัตต์ขึ้นไปจะไม่เข้าเงื่อนไขของบุคคลธรรมดา
ต้องเป็นระบบออนกริดที่เชื่อมต่อสำเร็จแล้ว
ต้องเป็นระบบที่เชื่อมต่อเข้าระบบของการไฟฟ้านครหลวงหรือการไฟฟ้าส่วนภูมิภาคเรียบร้อยแล้ว ระบบออฟกริดที่ไม่ได้เชื่อมกับการไฟฟ้าเลยไม่เข้าเงื่อนไข และใช้สิทธิได้ในปีภาษีที่การเชื่อมต่อเสร็จสมบูรณ์ ไม่ใช่ปีที่จ่ายเงิน
ชื่อในเอกสารทุกใบต้องตรงกัน
นี่คือข้อที่พลาดกันบ่อยที่สุด ชื่อผู้ยื่นภาษี ชื่อเจ้าของมิเตอร์ ชื่อผู้ยื่นขอเชื่อมต่อกับการไฟฟ้า และชื่อในใบกำกับภาษี ต้องเป็นคนเดียวกันทั้งหมด กรณีที่บ้านเป็นชื่อพ่อแม่แต่ลูกเป็นคนจ่ายเงินและยื่นภาษี จะใช้สิทธิไม่ได้
ต้องเป็นบ้านของตัวเอง และใช้สิทธิได้คนละหนึ่งระบบ
บ้านเช่าไม่เข้าเงื่อนไข และหนึ่งคนใช้สิทธิได้กับระบบเดียว
ต้องมีใบกำกับภาษีอิเล็กทรอนิกส์
เอกสารที่ใช้ยื่นต้องเป็นใบกำกับภาษีอิเล็กทรอนิกส์ (e-Tax Invoice) ที่ออกผ่านระบบของกรมสรรพากร ใบกำกับภาษีกระดาษแบบเดิมใช้ไม่ได้ ข้อนี้ควรถามผู้ติดตั้งให้ชัดตั้งแต่ก่อนเซ็นสัญญา เพราะไม่ใช่ทุกรายที่ลงทะเบียนระบบนี้ไว้
ถ้าติดในนามนิติบุคคลหรือกิจการ
กรณีนิติบุคคลและผู้มีเงินได้จากกิจการ ใช้คนละเงื่อนไขกัน คือหักรายจ่ายได้ 1.5 เท่าของค่าอุปกรณ์ โดยนับเฉพาะค่าอุปกรณ์ ไม่รวมค่าแรงติดตั้ง
- อุปกรณ์ต้องเป็นของใหม่ ไม่เคยผ่านการใช้งาน
- อุปกรณ์ต้องมีฉลากประหยัดไฟเบอร์ 5 ตามที่หน่วยงานกำหนด
- ใช้สิทธิซ้ำซ้อนกับมาตรการส่งเสริมการลงทุนอื่นไม่ได้
กิจการที่ใช้ไฟกลางวันเป็นหลักจึงได้ประโยชน์สองทางพร้อมกัน คือค่าไฟที่ลดลงกับสิทธิทางภาษี ซึ่งรวมแล้วทำให้ระยะคืนทุนสั้นลงกว่าที่คำนวณจากค่าไฟอย่างเดียว
ควรรีบติดตั้งเพราะมาตรการนี้ไหม
มาตรการมีถึงสิ้นปี 2571 ซึ่งยังเหลือเวลาพอสมควร จึงไม่ใช่เรื่องที่ต้องตัดสินใจภายในสัปดาห์นี้ ถ้ามีใครใช้กำหนดเวลานี้มาเร่งให้คุณเซ็นสัญญาวันนี้ ให้ตั้งข้อสังเกตไว้
แต่ถ้าคุณตั้งใจจะติดอยู่แล้วและเสียภาษีเงินได้อยู่แล้ว การติดในช่วงที่มาตรการยังมีผลย่อมได้เปรียบกว่ารอไปติดหลังปี 2571 และควรเผื่อเวลาสำหรับขั้นตอนขออนุญาตกับการไฟฟ้าไว้ด้วย เพราะสิทธิจะเกิดในปีภาษีที่เชื่อมต่อสำเร็จ ไม่ใช่ปีที่จ่ายเงิน
สิ่งที่ควรถามผู้ติดตั้งก่อนเซ็นสัญญา
- ออกใบกำกับภาษีอิเล็กทรอนิกส์ผ่านระบบกรมสรรพากรได้หรือไม่
- ราคาที่เสนอเป็นราคาก่อนหรือหลัง VAT และจำนวนที่นำไปลดหย่อนได้คือเท่าไร
- ระบบที่เสนอมีกำลังรวมกี่กิโลวัตต์ และเกิน 10 กิโลวัตต์หรือไม่
- ผู้ติดตั้งดำเนินเรื่องขอเชื่อมต่อกับการไฟฟ้าให้หรือไม่ และคาดว่าเสร็จภายในปีภาษีไหน
- ชื่อในใบกำกับภาษีจะออกในชื่อใคร และตรงกับชื่อเจ้าของมิเตอร์หรือไม่
แหล่งข้อมูลที่ใช้เขียนบทความนี้
ตัวเลขในบทความนี้อ้างอิงประกาศและข่าวที่เผยแพร่ต่อสาธารณะ หากเงื่อนไขเปลี่ยน ให้ยึดตามประกาศล่าสุดของหน่วยงานเป็นหลัก
คำถามที่พบบ่อย
ติดตั้งไปแล้วเมื่อปีที่แล้ว ใช้สิทธิย้อนหลังได้ไหม
ไม่ได้ครับ มาตรการนี้ใช้กับค่าใช้จ่ายที่เกิดขึ้นตั้งแต่ 3 มีนาคม 2569 เป็นต้นไป ไม่มีผลย้อนหลังกับระบบที่ติดตั้งและจ่ายเงินก่อนหน้านั้น
ติด 15 กิโลวัตต์ ลดหย่อนได้ไหม
สำหรับบุคคลธรรมดา เงื่อนไขกำหนดกำลังรวมไม่เกิน 10 กิโลวัตต์ ระบบที่ใหญ่กว่านั้นจึงไม่เข้าเงื่อนไขของบุคคลธรรมดา ถ้าคุณต้องการระบบใหญ่กว่าเพราะใช้ไฟมากจริง ควรชั่งระหว่างสิทธิลดหย่อนกับค่าไฟที่ประหยัดได้เพิ่ม ซึ่งเราคำนวณเทียบให้ดูได้ก่อนตัดสินใจ
บ้านเป็นชื่อพ่อ แต่ผมเป็นคนจ่ายและยื่นภาษี ใช้สิทธิได้ไหม
ตามเงื่อนไขต้องเป็นชื่อเดียวกันทั้งผู้ยื่นภาษี เจ้าของมิเตอร์ ผู้ยื่นขอเชื่อมต่อ และชื่อในใบกำกับภาษี กรณีนี้จึงมีปัญหา ควรปรึกษาผู้ทำบัญชีหรือสรรพากรพื้นที่ก่อนตัดสินใจ เพราะเป็นเรื่องเฉพาะกรณี
ลดหย่อน 200,000 บาท แปลว่าได้เงินคืน 200,000 บาทใช่ไหม
ไม่ใช่ครับ 200,000 บาทคือจำนวนที่นำไปหักออกจากเงินได้ก่อนคำนวณภาษี เงินที่ประหยัดจริงเท่ากับ 200,000 คูณด้วยอัตราภาษีของคุณ เช่น ฐานภาษี 10% จะประหยัดได้ 20,000 บาท
ใช้สิทธินี้พร้อมกับขายไฟคืนโครงการโซลาร์ภาคประชาชนได้ไหม
เป็นคนละเรื่องกัน โครงการโซลาร์ภาคประชาชนคือการขายไฟส่วนเกินคืน ส่วนมาตรการนี้คือสิทธิทางภาษี โดยหลักจึงไม่ขัดกัน แต่ข้อห้ามใช้สิทธิซ้ำซ้อนมีผลกับมาตรการส่งเสริมการลงทุนอย่าง BOI มากกว่า กรณีของคุณควรยืนยันกับผู้ทำบัญชีอีกครั้ง
เรื่องนี้เกี่ยวข้องกับ
อ่านต่อ
- ค่าไฟเดือนละ 3,000 5,000 10,000 ควรติดโซล่าเซลล์กี่กิโลวัตต์ขนาดที่คุ้มที่สุดไม่ใช่ขนาดใหญ่ที่สุดที่หลังคารับได้ แต่คือขนาดที่พอดีกับไฟที่คุณใช้ตอนกลางวัน
- โซลาร์ภาคประชาชน 2569 ขายไฟคืนได้ 2.20 บาท คุ้มจริงไหมโครงการเปิดแล้วจริง และเงื่อนไขก็จริง แต่ตัวเลข 2.20 บาทที่รัฐรับซื้อ ต่ำกว่าค่าไฟที่คุณจ่ายเองเกือบครึ่ง บทความนี้คำนวณให้เห็นว่าการขายไฟคืนได้เงินเท่าไหร่ และทำไมมันไม่ใช่เหตุผลหลักที่ควรติดโซล่าเซลล์
- ผ่อนโซล่าเซลล์ได้ไหม ทางเลือกเรื่องเงินก้อนที่ควรรู้ผ่อนได้ แต่ต้องคิดให้ครบว่าดอกเบี้ยกินส่วนที่ประหยัดไปเท่าไร ไม่งั้นจะกลายเป็นจ่ายเพิ่มโดยไม่รู้ตัว